จากที่ผมได้เขียนบล็อกในคราวที่แล้วที่ชวนให้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึง รมว. ICT ที่ blognone
และในวันนี้ทางผู้เกี่ยวข้องกับวงการ OpenSource ได้เข้าพบ รมว ICT เพื่อชี้แจงและยื่นข้อเสนอแนะ
รวมถึงได้ยื่นจดหมายเิปิดผนึก และรายชื่อผู้ร่วมลงนามกว่า 800 คน ซึ่งทางตัวแทนได้เข้ายื่นจดหมาย
เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ รายละเอียดตามอ่านได้ที่ Blognone ครับ
สำหรับผมเท่าที่อ่านผมว่า ท่าน รมว. ก็เปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆเป็นอย่างดี ซึ่งก็หวังว่าจะมีการ
สนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมที่มากขึ้นจากฝ่ายรัฐ
อ้างอิง : Blognone
Wednesday, November 22, 2006
Tuesday, November 21, 2006
ในที่สุดตัดสินใจเอาเครื่อง Colocate Server กลับบ้าน
ไม่รู้จะตั้งชื่อหัวข้อยังไงดีเลย เอาแบบนี้แหล่ะ - -" วันนี้ผมก็ตัดสินใจไปเอาเครื่องโคโล
กลับบ้านคือไม่วางแล้ว เนื่องจากในตอนที่แล้วที่ผมเคยโพสท์ว่าได้ทำการอัพเเกรด Gentoo
และโปรแกรมต่างๆในเครื่องใหม่หมด สุดท้ายล้มเหลว รีบูตแล้วรีโมทเข้าไปใช้งานไม่ได้
จนในที่สุดหลังจากใช้เวลาตัดสินใจอยู่สักพักก็ เลยไปเอาเครื่องกลับ เพราะถึงไปแก้ไข
จนใช้งานได้ แต่เมื่อ Gentoo มีการอัพเกรดใหม่ๆ ผมก็คงอดไม่ได้ที่จะต้องอัพเกรดตาม
อีกทั้งยังต้องคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่เครื่องจะพัง เพราะผมวางเครื่องมา 2 ปีเต็มๆแล้ว มันน่าจะ
ใกล้ถึงเวลาของแล้ว - -"
ตอนนี้ผมก็เลยต้องอาศัยโฮสท์นอกที่เป็น Reseller อยู่ใช้ทำเว็ปไปพลางๆก่อน ความจริง
ผมก็อยากได้โฮสท์ไทยนะ แต่หาที่รองรับ PHP5 (5.1.4+) ไม่มีเลยนี่สิ นอกจากนี้ผมกำลัง
เริ่มสนใจ Ruby On Rails อยู่ด้วยซึ่งคงมีแต่โฮสท์นอกเท่านั้นที่มีให้เลือกหลายแห่ง ซึ่ง
ผมอาจตัดสินใจเช่าโฮสท์นอกเพิ่มอีกแห่งที่รองรับ ROR เพราะไหนๆตอนนี้ก็ไม่ต้องเสียเงิน
ค่าวางโคโลแล้ว เท่าที่เล็งๆไว้ก็มี
คิดว่าคงเร็วๆนี้คงได้ตัดสินใจเช่าเพื่อลองเล่น ROR ดูตอนนี้หัดเขียนบนเครื่องตัวเองไปก่อน
ส่วนเครื่องที่เอากลับบ้านมาเด๋วว่าจะเปิดดูว่ามันมีปัญหาตรงไหน แล้วคง backup เว็ปไซต์
ของคนที่มาใช้ Free Host กับเครื่องผมออกมา แล้วส่งให้เจ้าของเว็ปไซต์
อ้อตอนไปเอาเครื่องกลับ แอบบเห็นคนใน IDC เปิดเว็ป Tracker ชื่อดังแห่งนึงด้วย อุอุอุ
ส่วน IDC ที่ผมเอาเครื่องไปวางที่ไหนนั้นแล้ว Tracker ที่ว่าที่ไหนนั้น ไม่บอกๆ หึหึหึ
กลับบ้านคือไม่วางแล้ว เนื่องจากในตอนที่แล้วที่ผมเคยโพสท์ว่าได้ทำการอัพเเกรด Gentoo
และโปรแกรมต่างๆในเครื่องใหม่หมด สุดท้ายล้มเหลว รีบูตแล้วรีโมทเข้าไปใช้งานไม่ได้
จนในที่สุดหลังจากใช้เวลาตัดสินใจอยู่สักพักก็ เลยไปเอาเครื่องกลับ เพราะถึงไปแก้ไข
จนใช้งานได้ แต่เมื่อ Gentoo มีการอัพเกรดใหม่ๆ ผมก็คงอดไม่ได้ที่จะต้องอัพเกรดตาม
อีกทั้งยังต้องคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่เครื่องจะพัง เพราะผมวางเครื่องมา 2 ปีเต็มๆแล้ว มันน่าจะ
ใกล้ถึงเวลาของแล้ว - -"
ตอนนี้ผมก็เลยต้องอาศัยโฮสท์นอกที่เป็น Reseller อยู่ใช้ทำเว็ปไปพลางๆก่อน ความจริง
ผมก็อยากได้โฮสท์ไทยนะ แต่หาที่รองรับ PHP5 (5.1.4+) ไม่มีเลยนี่สิ นอกจากนี้ผมกำลัง
เริ่มสนใจ Ruby On Rails อยู่ด้วยซึ่งคงมีแต่โฮสท์นอกเท่านั้นที่มีให้เลือกหลายแห่ง ซึ่ง
ผมอาจตัดสินใจเช่าโฮสท์นอกเพิ่มอีกแห่งที่รองรับ ROR เพราะไหนๆตอนนี้ก็ไม่ต้องเสียเงิน
ค่าวางโคโลแล้ว เท่าที่เล็งๆไว้ก็มี
- TextDrive รายนี้ถ้าจะโปรเรื่อง ROR แถมยังเป็นผู้ให้บริการให้กับเว็ป rubyonrails
เลยน่าจะเชื่อถือได้ เสียอย่างเดียวแพงไปหน่อย - Hosting Rails เจ้านี้ plan และราคาน่าสนใจมาก ราคาต่ำกว่าเจ้าแรกแถมรองรับ
Mongrel และ Static FastCGI ด้วย - RailsPlayGround รายนี้ก็ราคาถูกเช่นกัน แต่จากการที่ลองๆเปิดเว็ปของผู้ใช้บริการ
กับโฮสท์นี้ดูเหมือนโฮสท์นี้จะเปิดจากไทยได้ช้า
คิดว่าคงเร็วๆนี้คงได้ตัดสินใจเช่าเพื่อลองเล่น ROR ดูตอนนี้หัดเขียนบนเครื่องตัวเองไปก่อน
ส่วนเครื่องที่เอากลับบ้านมาเด๋วว่าจะเปิดดูว่ามันมีปัญหาตรงไหน แล้วคง backup เว็ปไซต์
ของคนที่มาใช้ Free Host กับเครื่องผมออกมา แล้วส่งให้เจ้าของเว็ปไซต์
อ้อตอนไปเอาเครื่องกลับ แอบบเห็นคนใน IDC เปิดเว็ป Tracker ชื่อดังแห่งนึงด้วย อุอุอุ
ส่วน IDC ที่ผมเอาเครื่องไปวางที่ไหนนั้นแล้ว Tracker ที่ว่าที่ไหนนั้น ไม่บอกๆ หึหึหึ
Friday, November 17, 2006
Digital Sculpture on kitchen table
อันนี้ผมไปเจอมาอีกแล้ว จาก digg คลิ๊กไปก็จะไปที่ youtube ซึ่งที่ผมสนใจ
ก็เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง Digital Sculpture แถมอยู่บนโต๊ะทำครัวซะด้วย
พอเปิดไปดูก็อึ้งอีกแล้ว คนทำเก่งจริงๆ
[youtube]m7g-i9DH2AU[/youtube]
ลองดู video เสร็จก็เลยลอง search google หาเกี่ยวกับ Digital Sculpture
ก็เจอเว็ปที่ทำ Digital Sculpture และ video นี้ออกมา แต่ความจริงชื่อเว็ปไซต์เขา
ก็แปะอยู่ใน video อยู่แล้วแต่ผมดันเพิ่งเห็นที่หลัง - -" ใครสนใจลองไปดูได้ครับ
ตามลิ้งก์อ้างอิงด้านล่าง
อ้างอิง : 3dArtSpace
ก็เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง Digital Sculpture แถมอยู่บนโต๊ะทำครัวซะด้วย
พอเปิดไปดูก็อึ้งอีกแล้ว คนทำเก่งจริงๆ
[youtube]m7g-i9DH2AU[/youtube]
ลองดู video เสร็จก็เลยลอง search google หาเกี่ยวกับ Digital Sculpture
ก็เจอเว็ปที่ทำ Digital Sculpture และ video นี้ออกมา แต่ความจริงชื่อเว็ปไซต์เขา
ก็แปะอยู่ใน video อยู่แล้วแต่ผมดันเพิ่งเห็นที่หลัง - -" ใครสนใจลองไปดูได้ครับ
ตามลิ้งก์อ้างอิงด้านล่าง
อ้างอิง : 3dArtSpace
ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ถึง รมว. กระทรวง ICT
สืบเนื่องจากกระทู้ที่มีการกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ รมว. ICT ต่อโอเพ่นซอร์ส ที่ Blognone
โดยที่มาของการพูดคุยในกระทู้นั้นก็เนื่องมาข่าวจากไทยรัฐ ซึ่งในข่าวมีข้อความซึ่งแสดงถึง
ความคิดเห็นของ รมว ICT ที่มีต่อโอเพ่นซอร์สดังนี้
ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุให้คนในวงการ IT และ โอเพ่นซอร์สในไทยรู้สึกไม่เห็นด้วยและผิดหวังกับ
วิสัยทัศน์ของ รมว ICT จึงมีการเสนอให้ร่างจดหมายเปิดผนึกถึง รมว. กระทรวง ICT
ซึ่งคุณเทพได้เป็นคนร่างจดหมายนี้ขึ้นมาี ซึ่งในตอนนี้ทาง blognone เปิดให้เข้าลงชื่อใน
จดหมายฉบับนี้ ก่อนที่จะยื่นให้รัฐมนตรี หากใครสนใจก็ไปร่วมลงชื่อได้นะครับ
อ้างอิง : Blognone
โดยที่มาของการพูดคุยในกระทู้นั้นก็เนื่องมาข่าวจากไทยรัฐ ซึ่งในข่าวมีข้อความซึ่งแสดงถึง
ความคิดเห็นของ รมว ICT ที่มีต่อโอเพ่นซอร์สดังนี้
ส่วนโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมไอที รมว.ไอซีที กล่าวว่า เอ็มเบดเด็ด ซอฟต์แวร์เป็นโครงการที่สำคัญ โดยสำนักงานส่ง เสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า จะตั้งศูนย์พัฒนาเอ็มเบดเด็ด ซอฟต์แวร์ร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นเร็วๆ นี้ ส่วนด้านแอนิเมชันซิป้าทำอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่า ไม่รู้จะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ขณะที่ซอฟต์แวร์เฮ้าได้สั่งให้ซิป้าส่งเสริมต่อไป สำหรับโอเพนซอร์สมองไม่เห็นประโยชน์เท่าไร
ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุให้คนในวงการ IT และ โอเพ่นซอร์สในไทยรู้สึกไม่เห็นด้วยและผิดหวังกับ
วิสัยทัศน์ของ รมว ICT จึงมีการเสนอให้ร่างจดหมายเปิดผนึกถึง รมว. กระทรวง ICT
ซึ่งคุณเทพได้เป็นคนร่างจดหมายนี้ขึ้นมาี ซึ่งในตอนนี้ทาง blognone เปิดให้เข้าลงชื่อใน
จดหมายฉบับนี้ ก่อนที่จะยื่นให้รัฐมนตรี หากใครสนใจก็ไปร่วมลงชื่อได้นะครับ
อ้างอิง : Blognone
Thursday, November 16, 2006
Ragnarok Online client on the DS
พอดีไปเจอมาครับ ดูจาก Video แล้วน่าจะเป็น homebrew ตอนแรกที่เจอหัวข้อใน digg
ผมก็นึกว่าจะบริษัทเขาจะทำมาลง DS หลงดีใจ แต่พอตามลิงก์ไปไหงกลายเป็น homebrew - -"
Link : Ragnarok Online client on the DS
ผมก็นึกว่าจะบริษัทเขาจะทำมาลง DS หลงดีใจ แต่พอตามลิงก์ไปไหงกลายเป็น homebrew - -"
[youtube]c_i-QOdptkY[/youtube]
Link : Ragnarok Online client on the DS
Wednesday, November 15, 2006
แสดงข่าวจาก digg.com ในเว็ปบล็อกด้วย WP Plugin: Digg Dugg
ถ้าคุณกำหลังมองหา Plugin ที่สามารถดึงข่าวจาก digg.com มาแสดงในเว็ปบล็อกของคุณ
ต้องลอง Plugin ตัวนี้เลยครับ Digg Dugg ด้วย Plugin ตัวนี้คุณสามารถดึงข่าวล่าสุดมาแสดง
หรือจะเลือกแบบเฉพาะเจาะจงก็ได้เช่น สามารถเลือกแสดงเฉพาะข่าวที่คุณ หรือ สมาชิก digg
ที่คุณต้องการได้โพสท์ comment ข่าวนั้นไว้ หรือเอาเฉพาะข่าวในหมวดที่คุณต้องการ
ราบละเอียดสามารถดูได้ที่เว็ปผู้พัฒนาตามลิ้งก์ด้านล่างเลยครับ ไว้ผมมีเวลาจะเอามาใช้กับ
บล็อกนี้เหมือนกันครับ
Read more : WordPress Plugin: Digg Dugg
ต้องลอง Plugin ตัวนี้เลยครับ Digg Dugg ด้วย Plugin ตัวนี้คุณสามารถดึงข่าวล่าสุดมาแสดง
หรือจะเลือกแบบเฉพาะเจาะจงก็ได้เช่น สามารถเลือกแสดงเฉพาะข่าวที่คุณ หรือ สมาชิก digg
ที่คุณต้องการได้โพสท์ comment ข่าวนั้นไว้ หรือเอาเฉพาะข่าวในหมวดที่คุณต้องการ
ราบละเอียดสามารถดูได้ที่เว็ปผู้พัฒนาตามลิ้งก์ด้านล่างเลยครับ ไว้ผมมีเวลาจะเอามาใช้กับ
บล็อกนี้เหมือนกันครับ
Read more : WordPress Plugin: Digg Dugg
Monday, November 13, 2006
Mini Review Yahoo! Bookmarks and My Web
ตอนนี้กระแส Web 2.0 กำลังมาแรง บริษัทใหญ่ๆก็เริ่มปรับเปลี่ยนบริการของตัวเองมาเป็น Web 2.0
กันมากขึ้น รวมถึง Yahoo! ด้วยซึ่ง Yahoo! เองมีการพัฒนาระบบต่างๆของตัวเองมาเป็น Web 2.0
ได้เกือบปีแล้ว ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เพราะผมได้ทดลองใช้ Yahoo Mail Beta มาปีนึงได้แล้วมัง มาตอนนี้
Yahoo! ก็ได้ปล่อยบริการต่างๆออกมาให้ทดลองใช้กันโดยทั้งหมดยังเป็น Beta อยู่
แต่ทีนี้ผมจะรีวิวแค่ Yahoo Bookmarks กับ My Web เท่าันั้น ความจริงแล้วบริการ 2 อันนี้ จะทำงาน
เชื่อมต่อกัน คือถ้าคุณเล่นเน็ตแล้วเจอเว็บที่สนใจแล้วคุณ Add Web นั้นเข้า My Web ข้อมูลของเว็ปนั้น
ก็จะถูกเก็บไว้ใน Yahoo Bookmarks ด้วยโดยอัตโนมัติ


การใช้งาน Yahoo Bookmarks และ My Web จะมี Tools ที่ช่วยให้เรา Bookmarks หรือ
Add เข้า My Web ได้สะดวกเช่นเดียวกับ del.icio.us เท่าที่ผมได้ลองใช้งานดูแล้วผมว่ามัน
น่าใช้มากกว่า del.icio.us ซะอีก แต่มีข้อเสียคือ
ถึงตรงนี้หลายคนอาจงงๆ ว่าในเมื่อทั้ง Yahoo Bookmarks และ MY Web ทำหน้าที่คล้ายๆกัน
แล้วทำไม Yahoo! ถึงทำแยก ตามความคิดผม Yahoo Bookmarks ทำมาเพื่อเอาไว้ให้สมาชิก
จัการ Bookmarks เพื่อใช้งานส่วนตัวเป็นหลัก การ Import และ Export ทำได้ง่ายเพราะจัดเก็บ
ในรูปแบบทั้งแบบ folder และ Tags ทำให้เวลา Export กลับไปยัง Web Browsers ทำได้ง่าย
ส่วน My Web นั้น Yahoo! คงสร้างขึ้นมาให้สมาชิกใด้ Share ข้อมูลเว็ปที่น่าสนใจกับผู้อื่น
ซึ่งรูปแบบจะเหมือนกับ del.icio.us ไม่ว่าจะในเรื่อง Tags หรือ Feeds นอกจากนี้ My Web ยังมี
tools เหมือน del.icio.us ที่ให้เราสามารถนำ bookmarks ไปแสดงในเว็ปของเราเองได้ด้วย
เพียงแค่นำ Script ไป แปะในเว็ป
สรุปส่้วนตัวแล้วผมชอบระบบของ Yahoo! มากเพราะทำออกมาได้สวยงามน่าใช้กว่าของที่อื่นๆ
และดูเหมือนบริการต่างๆของ Yahoo! จะรวมกันเป็นบริการที่ครบวงจร ต่างจากของเจ้าอื่นๆ
ที่มักทำบริการใดบริการหนึ่งเท่านั้น หรือของ Google เองที่บริการต่างๆดูกระจัดกระจาย
แต่ทั้งนี้บริการ Weblog ของ Yahoo! หรือ 360 นี่ผมไม่ชอบเลยดูมันแปลกๆ - -" แต่ยังไงซะ
ผมว่าในยุค Web 2.0 นี่ Yahoo! น่าจับตามมองมากๆ
กันมากขึ้น รวมถึง Yahoo! ด้วยซึ่ง Yahoo! เองมีการพัฒนาระบบต่างๆของตัวเองมาเป็น Web 2.0
ได้เกือบปีแล้ว ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เพราะผมได้ทดลองใช้ Yahoo Mail Beta มาปีนึงได้แล้วมัง มาตอนนี้
Yahoo! ก็ได้ปล่อยบริการต่างๆออกมาให้ทดลองใช้กันโดยทั้งหมดยังเป็น Beta อยู่
- Yahoo! 360๐beta
ที่เป็นบริการเขียน Weblog - Yahoo! Photobeta
บริการเก็บหรือฝากรูปภาพคล้ายๆ Flickr - Yahoo! Mailbeta
อันนี้รู้ๆกันว่าคือบริการฟรี email - Yahoo! Bookmarksbeta
จะเป็นบริการสำหรับให้สมาชิกเก็บ Bookmark เว็ปต่างๆ - Yahoo! My Webbeta
อันนี้จะเป็นบริการคล้ายๆกับ del.icio.us
แต่ทีนี้ผมจะรีวิวแค่ Yahoo Bookmarks กับ My Web เท่าันั้น ความจริงแล้วบริการ 2 อันนี้ จะทำงาน
เชื่อมต่อกัน คือถ้าคุณเล่นเน็ตแล้วเจอเว็บที่สนใจแล้วคุณ Add Web นั้นเข้า My Web ข้อมูลของเว็ปนั้น
ก็จะถูกเก็บไว้ใน Yahoo Bookmarks ด้วยโดยอัตโนมัติ


การใช้งาน Yahoo Bookmarks และ My Web จะมี Tools ที่ช่วยให้เรา Bookmarks หรือ
Add เข้า My Web ได้สะดวกเช่นเดียวกับ del.icio.us เท่าที่ผมได้ลองใช้งานดูแล้วผมว่ามัน
น่าใช้มากกว่า del.icio.us ซะอีก แต่มีข้อเสียคือ
- ถ้า Add เข้า My Web Add ไปจะถูกจับเข้า Folder Uncategorized ใน
Yahoo Bookmarks แต่เราสามารถเข้าไปที่ Yahoo Bookmarks แล้วจัดการ
ย้ายได้โดย Drag & Drop ครับ หรือถ้าใครใช้ Tagsก็น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้
ซึ่ง Yahoo Bookmarks เราสามารถจัดการ Bookmarks ได้ทั้งแบบFolder
หรือ แบบ Tags ก็ได้ - ถ้า Add เข้า Yahoo Bookmarks ก็จะไม่มีให้เลือกว่าเราจะ Share ข้อมูลเว็บ
นั้นหรือไม่ เราต้องเข้าไปเซ็ตเองใน My Web ที่หลัง
ถึงตรงนี้หลายคนอาจงงๆ ว่าในเมื่อทั้ง Yahoo Bookmarks และ MY Web ทำหน้าที่คล้ายๆกัน
แล้วทำไม Yahoo! ถึงทำแยก ตามความคิดผม Yahoo Bookmarks ทำมาเพื่อเอาไว้ให้สมาชิก
จัการ Bookmarks เพื่อใช้งานส่วนตัวเป็นหลัก การ Import และ Export ทำได้ง่ายเพราะจัดเก็บ
ในรูปแบบทั้งแบบ folder และ Tags ทำให้เวลา Export กลับไปยัง Web Browsers ทำได้ง่าย
ส่วน My Web นั้น Yahoo! คงสร้างขึ้นมาให้สมาชิกใด้ Share ข้อมูลเว็ปที่น่าสนใจกับผู้อื่น
ซึ่งรูปแบบจะเหมือนกับ del.icio.us ไม่ว่าจะในเรื่อง Tags หรือ Feeds นอกจากนี้ My Web ยังมี
tools เหมือน del.icio.us ที่ให้เราสามารถนำ bookmarks ไปแสดงในเว็ปของเราเองได้ด้วย
เพียงแค่นำ Script ไป แปะในเว็ป
สรุปส่้วนตัวแล้วผมชอบระบบของ Yahoo! มากเพราะทำออกมาได้สวยงามน่าใช้กว่าของที่อื่นๆ
และดูเหมือนบริการต่างๆของ Yahoo! จะรวมกันเป็นบริการที่ครบวงจร ต่างจากของเจ้าอื่นๆ
ที่มักทำบริการใดบริการหนึ่งเท่านั้น หรือของ Google เองที่บริการต่างๆดูกระจัดกระจาย
แต่ทั้งนี้บริการ Weblog ของ Yahoo! หรือ 360 นี่ผมไม่ชอบเลยดูมันแปลกๆ - -" แต่ยังไงซะ
ผมว่าในยุค Web 2.0 นี่ Yahoo! น่าจับตามมองมากๆ
Sunday, November 12, 2006
uTorrent add-on for Firefox
วันนี้ผมไปเจอ Add-ons ของ FireFox มาถูกใจผมมากเลย เพราผมชอบโหลด Bittorrent
อยู่แล้วซึ่ง Add-on ที่ว่าเป็น Add-on ที่ทำให้เราสามารถควบคุม uTorrent ซึ่งเป็น
Bittorrent Client ได้ซึ่ง Add-on ตัวนี้จะทำหน้าที่เชื่อต่อเข้ากับ WebUI ของ uTorrent
นั่นหมายความว่าเราต้องลง WebUI ด้วย วิธีการลงก็คือหลังจากโหลดไฟล์มาแล้วให้เปิดด้วย
Winrar แล้วก็อปปี้ไฟล์ utorrent-1.6.1-beta-build-xxx.exe ไปใส่ในโฟล์เดอร์ที่เราลง
uTorrent ไว้ แล้วก็อปปี้ไฟล์ webui.zip ไปใส่ในโฟล์เดอร์เดียวกับไฟล์ SETTINGS.DAT
ซึ่งปกติจะอยู่ในโฟล์เดอร์
C:\Documents and Settings\...\Application Data\uTorrent
หลังจากลงเรียบร้อยแล้วก็ให้เรียก utorrent-1.6.1-beta-build-xxx.exe
ขึ้นมารัน ใครจะสร้าง shortcut ไว้ที่ Desktop เลยก็ได้จะได้เรียกใช้งาน
สะดวกๆ จากนั้นก็ไปที่เมนู Options->Preferences แล้วเลือก
Advance->WebUI ตามรูป ให้เราเซ็ต Username และ Password
และ Option อื่นๆตามสะดวก
เมื่อเราเปิดใช้ WebUI แล้วให้เราทดสอบดู สำหรับตัวอย่างที่แสดงให้ดูผมทดสอบในเครื่องผม
เองดังนั้น IP เครื่องผมใช้จึงเป็น 127.0.0.1 และ Port ที่ uTorrent ที่ผมเซ็ตไว้คือ 26881
สำหรับหมายเลขพอร์ตสามารถดูหรือเซ็ตได้ที่ Option->Preferences->Connection
ดังนั้นผมทดสอบโดยใช้ FireFox เปิดไปที่ http://127.0.0.1:26881/gui ซึ่ง FireFox
จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้ Login ให้เราใส่ Username และ Password ที่เราเซ็ตไว้ใน uTorrent

ถ้าทดสอบแล้ว FireFox แสดงหน้าเว็ปดังรูปแสดงว่า uTorrent webUI ทำงานได้เป็น
ปกติ ต่อไปก็ให้เราไป Download Add-on มาลงโดยโหลดได้ที่นี่ครับ หลังจากโหลด
มาแล้วก็ลากไฟล์ที่ download มาใส่หน้าต่าง FireFox เลยจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เลือกว่า
เราจะ Install Add-on ตัวนี้หรือเปล่า เราก็ Install ไปเลย แล้วก็รีสตาร์ต FireFox ใหม่
หลังจากรีสตาร์ต FireFox ก็ไปที่เมนนู Tools->Add-ons เลือกเลือกที่ uTorrent กด
ปุ่ม Options แล้วใส่ค่าต่างๆลงไปตามที่เราได้เคยเซ็ตไว้ใน webUI ของ uTorrent

เมื่อเราเซ็ตเสร็จก็ลองไปที่เมนู View->Sidebar->uTorrent ก็จะมี Sidebar ขึ้นมา
ซึ่งจะแสดงหน้า WebUI ของ uTorrent ตามรูปด้านล่าง อย่าลืมรัน uTorrent ก่อนนะครับ

ผมว่า Add-on ตัวนี้สะดวกดี ผมสามารถเว็ปเข้า Tracker แล้วลากลิงก์ Torrent ใส่ใน
Sidebar ได้เลย สามารถตรวจสอบและควบคุมการทำงานของ uTorrent ได้ง่ายและสะดวก
ยิ่งถ้าคุณใช้อีกเครื่องในวงแลนโหลด Bittorrent หรือใช้เครื่อง Colocated Server ในการ
โหลด Bittorrent ล่ะก็ผมว่า Add-on ตัวนี้จะทำให้คุณสะดวกมากขึ้น
อ้างอิง1 : http://forum.utorrent.com/viewtopic.php?id=14565
: http://forum.utorrent.com/viewtopic.php?pid=213982#p213982
อยู่แล้วซึ่ง Add-on ที่ว่าเป็น Add-on ที่ทำให้เราสามารถควบคุม uTorrent ซึ่งเป็น
Bittorrent Client ได้ซึ่ง Add-on ตัวนี้จะทำหน้าที่เชื่อต่อเข้ากับ WebUI ของ uTorrent
นั่นหมายความว่าเราต้องลง WebUI ด้วย วิธีการลงก็คือหลังจากโหลดไฟล์มาแล้วให้เปิดด้วย
Winrar แล้วก็อปปี้ไฟล์ utorrent-1.6.1-beta-build-xxx.exe ไปใส่ในโฟล์เดอร์ที่เราลง
uTorrent ไว้ แล้วก็อปปี้ไฟล์ webui.zip ไปใส่ในโฟล์เดอร์เดียวกับไฟล์ SETTINGS.DAT
ซึ่งปกติจะอยู่ในโฟล์เดอร์
C:\Documents and Settings\...\Application Data\uTorrent
ขึ้นมารัน ใครจะสร้าง shortcut ไว้ที่ Desktop เลยก็ได้จะได้เรียกใช้งาน
สะดวกๆ จากนั้นก็ไปที่เมนู Options->Preferences แล้วเลือก
Advance->WebUI ตามรูป ให้เราเซ็ต Username และ Password
และ Option อื่นๆตามสะดวก
เมื่อเราเปิดใช้ WebUI แล้วให้เราทดสอบดู สำหรับตัวอย่างที่แสดงให้ดูผมทดสอบในเครื่องผม
เองดังนั้น IP เครื่องผมใช้จึงเป็น 127.0.0.1 และ Port ที่ uTorrent ที่ผมเซ็ตไว้คือ 26881
สำหรับหมายเลขพอร์ตสามารถดูหรือเซ็ตได้ที่ Option->Preferences->Connection
ดังนั้นผมทดสอบโดยใช้ FireFox เปิดไปที่ http://127.0.0.1:26881/gui ซึ่ง FireFox
จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้ Login ให้เราใส่ Username และ Password ที่เราเซ็ตไว้ใน uTorrent

ถ้าทดสอบแล้ว FireFox แสดงหน้าเว็ปดังรูปแสดงว่า uTorrent webUI ทำงานได้เป็น
ปกติ ต่อไปก็ให้เราไป Download Add-on มาลงโดยโหลดได้ที่นี่ครับ หลังจากโหลด
มาแล้วก็ลากไฟล์ที่ download มาใส่หน้าต่าง FireFox เลยจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เลือกว่า
เราจะ Install Add-on ตัวนี้หรือเปล่า เราก็ Install ไปเลย แล้วก็รีสตาร์ต FireFox ใหม่
หลังจากรีสตาร์ต FireFox ก็ไปที่เมนนู Tools->Add-ons เลือกเลือกที่ uTorrent กด
ปุ่ม Options แล้วใส่ค่าต่างๆลงไปตามที่เราได้เคยเซ็ตไว้ใน webUI ของ uTorrent

เมื่อเราเซ็ตเสร็จก็ลองไปที่เมนู View->Sidebar->uTorrent ก็จะมี Sidebar ขึ้นมา
ซึ่งจะแสดงหน้า WebUI ของ uTorrent ตามรูปด้านล่าง อย่าลืมรัน uTorrent ก่อนนะครับ

ผมว่า Add-on ตัวนี้สะดวกดี ผมสามารถเว็ปเข้า Tracker แล้วลากลิงก์ Torrent ใส่ใน
Sidebar ได้เลย สามารถตรวจสอบและควบคุมการทำงานของ uTorrent ได้ง่ายและสะดวก
ยิ่งถ้าคุณใช้อีกเครื่องในวงแลนโหลด Bittorrent หรือใช้เครื่อง Colocated Server ในการ
โหลด Bittorrent ล่ะก็ผมว่า Add-on ตัวนี้จะทำให้คุณสะดวกมากขึ้น
อ้างอิง1 : http://forum.utorrent.com/viewtopic.php?id=14565
: http://forum.utorrent.com/viewtopic.php?pid=213982#p213982
Saturday, November 11, 2006
เริ่มการอัพเกรด Gentoo ในเครื่องโคโล ตอนที่ 2
หลังจากที่รอเครื่องคอมไพล์ Package ต่างๆเสร็จโดยระว่างคอมไพล์ก็มี error ใน
บาง Package ซึ่งก็ใช้คำสั่ง emerge --resume --skipfirst ข้ามไป หลังจากนั้น
ก็สั่ง Compile Kernel ใหม่เพราะของเดิมคอมไพล์ด้วย Gcc 3.4.x คำสั่งคอมไพล์
ก็คือ
ซึ่งจะมีเมนูขึ้นมาให้เซ็คคอนฟิกต่างที่ใน Kernel ซึ่งผมใช้วิธีโหลดคอนฟิกที่เคยเซฟไว้
ตอนคอมไพล์เคอร์เนลในครั้งก่อนซึ่งหลังจากคอมไพล์เสร็จผมก็จะแก้ grub แล้วรีสตาร์ต
เครื่องใหม่ ซึ่งคงต้องลุ้นต่อว่าจะรีสตาร์ตแล้วบูตเข้า gentoo ได้สำเร็จหรือเปล่า
และแล้วผมก็คอมไพล์ไฟล์ต่างๆจนเสร็จจึงสั่งรีบูต....แล้วเครื่องผมก็หายเงียบสาปสูญ
ไปจากโลกไซเบอร์เน็ต T_T คืนนี้จะนอนหลับไหมนี่
ถ้าพรุ่งนี้ว่างผมคงต้องไปแก้ที่ IDC แต่ถ้าปัญหามันมากเกินเยียวยา ผมอาจต้องยกเครื่อง
กลับบ้าน แต่ทีนี้คงโดนคนที่ใช้ Free Webhosting บนเครื่องนั้นบ่นด่าแหงๆเลย
คืนนี้ผมคงต้องเอา backup เว็ป CodeSniper.Org ขึ้นโฮสท์นี้ก่อนชั่วคราว(มัง)
สรุปการรีโมทอัพเกรด Gentoo ของผมก็ล้มเหลวจนได้ เฮ้อ T_T
บาง Package ซึ่งก็ใช้คำสั่ง emerge --resume --skipfirst ข้ามไป หลังจากนั้น
ก็สั่ง Compile Kernel ใหม่เพราะของเดิมคอมไพล์ด้วย Gcc 3.4.x คำสั่งคอมไพล์
ก็คือ
genkernel --menuconfig allซึ่งจะมีเมนูขึ้นมาให้เซ็คคอนฟิกต่างที่ใน Kernel ซึ่งผมใช้วิธีโหลดคอนฟิกที่เคยเซฟไว้
ตอนคอมไพล์เคอร์เนลในครั้งก่อนซึ่งหลังจากคอมไพล์เสร็จผมก็จะแก้ grub แล้วรีสตาร์ต
เครื่องใหม่ ซึ่งคงต้องลุ้นต่อว่าจะรีสตาร์ตแล้วบูตเข้า gentoo ได้สำเร็จหรือเปล่า
และแล้วผมก็คอมไพล์ไฟล์ต่างๆจนเสร็จจึงสั่งรีบูต....แล้วเครื่องผมก็หายเงียบสาปสูญ
ไปจากโลกไซเบอร์เน็ต T_T คืนนี้จะนอนหลับไหมนี่
ถ้าพรุ่งนี้ว่างผมคงต้องไปแก้ที่ IDC แต่ถ้าปัญหามันมากเกินเยียวยา ผมอาจต้องยกเครื่อง
กลับบ้าน แต่ทีนี้คงโดนคนที่ใช้ Free Webhosting บนเครื่องนั้นบ่นด่าแหงๆเลย
คืนนี้ผมคงต้องเอา backup เว็ป CodeSniper.Org ขึ้นโฮสท์นี้ก่อนชั่วคราว(มัง)
สรุปการรีโมทอัพเกรด Gentoo ของผมก็ล้มเหลวจนได้ เฮ้อ T_T
Friday, November 10, 2006
เริ่มการอัพเกรด Gentoo ในเครื่องโคโล ตอนที่ 1
วันนี้ได้เลิกปุบปับรีโมทเข้าไปแบ็คอัพข้อมูลเว็ปมาเก็บไว้ก่อน จากนั้นก็เิริ่มอัพเกรด
โปรแกรมต่างๆในเครื่องซึ่งเริ่มต้นที่ GCC ก่อนเลย เพราะตัวนี้ตัวสำคัญ
และเป็นตัวที่หลังจากอัพเกรดเสร็จแล้วจำเป็นต้องคอมไพล์โปรแกรมต่างๆในเครื่อง
ใหม่แทบทั้งหมด - -"
๊
Step 1: Upgrade GCC
ในการสั่ง emerge เพื่ออัพเดท gcc นี้เครื่องผมจะมี package ที่เกี่ยวข้อง 8 ตัวที่
ถูกดึงมาคอมไพล์ และหลังจากรอมันคอมไพล์มาจนถึง package สุดท้่ายซึ่งก็คือ
glibc ก็มี error ออกมาบอกว่าให้เราใส่ USE='nptl nptlonly' ด้วย ผมจึงต้อง
สั่ง emerge glibc ใหม่อีกครัง
หลังจากคอมไพล์ glib อยู่นานก็เสร็จ ผมก็ทำการเซ็ตให้ระบบเปลี่ยนไปใช้ gcc 4.1.1
แล้วก็ทำการ fix แก้ไข library ต่างที่ใช้ gcc 3.4.6 และ rebuild libtool ใหม่
Step 2: Change GCC Compiler to 4.1.1
Step 3: Fix and Re-build libtool
Step 4: Rebuild System
จากนั้นผมก็ทำการสั่งให้ทำการ compile system package ใหม่ด้วยคำสั่ง
ในขั้นนี้ผมมี package ที่ต้องคอมไพล์ถึง 97 pacakge คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
หลังจากที่รอเครื่องคอมไพล์ system เสร็จซึ่งกว่าจะเสร็จก็มี error ในระหว่าง
คอมไพล์ เนื่องจากการ emerge -eav system นี่มีการคอมไพล์บาง package ซ้ำ
กับในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง package ที่มีปัญหาคือ glibc เพราะผมดันไม่ได้ใส่ USE flags
ใน /etc/make.conf ผมเลยต้องใส่
เครื่องก็จะทำการ emarge ต่อจากตรง package ที่ error ซึ่งถ้าไม่ใช้คำสั่งนี้แต่ไป
สั่ง emerge -eav system ใหม่มันก็จะทำการเริ่มคอมไพล์ใหม่ตั้งแต่แรก
Step 5: Rebuild World
ในขั้นนี้ก็สามารถสั่ง
แล้วก็นั่งรอเลยก็ได้ แต่ผมเลือกคอมไพล์ mySQL ก่อนโดยทำตามขั้นตอนในเว็ปนี้
Upgrade Guide MySql to 4.0 or 5.0 แต่ผมอาจรวบยอดข้ามบางขั้นตอนไป
สรุปเมื่อคืนหลังจาก upgrade MySql เสร็จลอง restart service ดูปรากฏว่า
ใช้งานได้ไม่มีปัญหาเว็ปสามารถเปิดใช้งานได้ ก็เลยสั่ง Rebuild World ต่อ ซึ่ง
มี Package ที่ต้องคอมไฟล์รวมแล้ว เกือบ 500 Package -*- ผมก็นั่งเฝ้าจนเช้า
จึงไปนอน ตื่นมาบ่ายมาก็เปิดคอมรีโมทเข้าไปดูปรากฏว่ามี Error ขณะที่ยังเหลือ
Package ทีต้องคอมไพล์อีกเกือบ 200 Package เซ็งเลย Package ที่ Error
ก็คือ PEAR-Auth_SASL ซึ่งเป็น
ผมก็นั่ง Search ใน Gentoo Forums ดูก็มีคนเจอ Error แบบเดียวกันหลายคน
แต่เขาจะเจอ Error นี้กับ Pear module อื่นๆ ซึ่งก็มีคนบอกวิธีแก้มา แต่บางคน
ก็ใช้ไม่ได้ ซึ่งผมเองก็ด้วย T_T หลังจากพยายามหาวิธีแก้ต่างๆนาอยู่หลายชั่วโมง
ผมก็ต้องยอมแพ้ ต้องสั่งให้มัน emerge ข้าม Package ที่ Error ไปก่อน โดยใช้
คำสั่งตามด้านล่าง
ซึ่งเครื่องจะ emerge ต่อจากเดิมแต่จะทำการข้าม Package แรกไป ซึ่งถ้าเราไม่ใช้
--skipfirst เครื่องก็จะ emerge ต่อแต่ก็จะเจอ error และหลุดออกมาเหมือนเดิม
ตอนนี้ผมก็ได้แต่รอมันคอมไพล์ที่เหลือให้หมดก่อน แล้วจะ compile kernel ใหม่
จากนั้นก็ Restart เครื่องโดยหวังว่าเมือ restart เครื่องแล้วเมื่อกลับมาคอมไพล์
package ที่ error มันจะสามารถคอมไพล์ผ่าน
*โคโล = Colocated Server
ติดตามต่อ >> ตอนที่ 2
โปรแกรมต่างๆในเครื่องซึ่งเริ่มต้นที่ GCC ก่อนเลย เพราะตัวนี้ตัวสำคัญ
และเป็นตัวที่หลังจากอัพเกรดเสร็จแล้วจำเป็นต้องคอมไพล์โปรแกรมต่างๆในเครื่อง
ใหม่แทบทั้งหมด - -"
๊
Step 1: Upgrade GCC
emerge -uav gccในการสั่ง emerge เพื่ออัพเดท gcc นี้เครื่องผมจะมี package ที่เกี่ยวข้อง 8 ตัวที่
ถูกดึงมาคอมไพล์ และหลังจากรอมันคอมไพล์มาจนถึง package สุดท้่ายซึ่งก็คือ
glibc ก็มี error ออกมาบอกว่าให้เราใส่ USE='nptl nptlonly' ด้วย ผมจึงต้อง
สั่ง emerge glibc ใหม่อีกครัง
USE='nptl nptlonly' emerge glibcหลังจากคอมไพล์ glib อยู่นานก็เสร็จ ผมก็ทำการเซ็ตให้ระบบเปลี่ยนไปใช้ gcc 4.1.1
แล้วก็ทำการ fix แก้ไข library ต่างที่ใช้ gcc 3.4.6 และ rebuild libtool ใหม่
Step 2: Change GCC Compiler to 4.1.1
gcc-config i686-pc-linux-gnu-4.1.1
env-update && source /etc/profileStep 3: Fix and Re-build libtool
fix_libtool_files.sh 3.4.6
emerge --oneshot -av libtoolStep 4: Rebuild System
จากนั้นผมก็ทำการสั่งให้ทำการ compile system package ใหม่ด้วยคำสั่ง
emerge -eav systemในขั้นนี้ผมมี package ที่ต้องคอมไพล์ถึง 97 pacakge คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
หลังจากที่รอเครื่องคอมไพล์ system เสร็จซึ่งกว่าจะเสร็จก็มี error ในระหว่าง
คอมไพล์ เนื่องจากการ emerge -eav system นี่มีการคอมไพล์บาง package ซ้ำ
กับในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง package ที่มีปัญหาคือ glibc เพราะผมดันไม่ได้ใส่ USE flags
ใน /etc/make.conf ผมเลยต้องใส่
nptl nptlonly เข้าไปใน make.conf แล้วจึงสั่งemerge --resumeเครื่องก็จะทำการ emarge ต่อจากตรง package ที่ error ซึ่งถ้าไม่ใช้คำสั่งนี้แต่ไป
สั่ง emerge -eav system ใหม่มันก็จะทำการเริ่มคอมไพล์ใหม่ตั้งแต่แรก
Step 5: Rebuild World
ในขั้นนี้ก็สามารถสั่ง
emerge -eav worldแล้วก็นั่งรอเลยก็ได้ แต่ผมเลือกคอมไพล์ mySQL ก่อนโดยทำตามขั้นตอนในเว็ปนี้
Upgrade Guide MySql to 4.0 or 5.0 แต่ผมอาจรวบยอดข้ามบางขั้นตอนไป
สรุปเมื่อคืนหลังจาก upgrade MySql เสร็จลอง restart service ดูปรากฏว่า
ใช้งานได้ไม่มีปัญหาเว็ปสามารถเปิดใช้งานได้ ก็เลยสั่ง Rebuild World ต่อ ซึ่ง
มี Package ที่ต้องคอมไฟล์รวมแล้ว เกือบ 500 Package -*- ผมก็นั่งเฝ้าจนเช้า
จึงไปนอน ตื่นมาบ่ายมาก็เปิดคอมรีโมทเข้าไปดูปรากฏว่ามี Error ขณะที่ยังเหลือ
Package ทีต้องคอมไพล์อีกเกือบ 200 Package เซ็งเลย Package ที่ Error
ก็คือ PEAR-Auth_SASL ซึ่งเป็น
!!! ERROR: dev-php/PEAR-Auth_SASL-1.0.1-r1 failed.
Call stack:
ebuild.sh, line 1546: Called dyn_install
ebuild.sh, line 1020: Called src_install
ebuild.sh, line 1255: Called php-pear-r1_src_install
php-pear-r1.eclass, line 66: Called die
!!! Unable to install PEAR packageผมก็นั่ง Search ใน Gentoo Forums ดูก็มีคนเจอ Error แบบเดียวกันหลายคน
แต่เขาจะเจอ Error นี้กับ Pear module อื่นๆ ซึ่งก็มีคนบอกวิธีแก้มา แต่บางคน
ก็ใช้ไม่ได้ ซึ่งผมเองก็ด้วย T_T หลังจากพยายามหาวิธีแก้ต่างๆนาอยู่หลายชั่วโมง
ผมก็ต้องยอมแพ้ ต้องสั่งให้มัน emerge ข้าม Package ที่ Error ไปก่อน โดยใช้
คำสั่งตามด้านล่าง
emerge --resume --skipfirstซึ่งเครื่องจะ emerge ต่อจากเดิมแต่จะทำการข้าม Package แรกไป ซึ่งถ้าเราไม่ใช้
--skipfirst เครื่องก็จะ emerge ต่อแต่ก็จะเจอ error และหลุดออกมาเหมือนเดิม
ตอนนี้ผมก็ได้แต่รอมันคอมไพล์ที่เหลือให้หมดก่อน แล้วจะ compile kernel ใหม่
จากนั้นก็ Restart เครื่องโดยหวังว่าเมือ restart เครื่องแล้วเมื่อกลับมาคอมไพล์
package ที่ error มันจะสามารถคอมไพล์ผ่าน
*โคโล = Colocated Server
ติดตามต่อ >> ตอนที่ 2
Wednesday, November 08, 2006
เรื่องกลุ้มๆเกี่ยวกับ Gentoo ตอนที่ 1
วันนี้ก็ได้มีโอกาส update portage (emerge --sync) แล้วก็ลองเช็คดูว่ามีอะไร
ที่ต้องอัพเกรดมั่งหรือเปล่า ผลคือเพียบเลย - -" แถมเป็นตัวที่เสี่ยงต่อการอัพเกรดแล้ว
อาจต้องเสียเวลาแก้ไขเป็นวันๆ โปรแกรมที่ major upgrade หลักๆก็มี
gcc 3.4.x -> 4.1.1
glibc 2.3.x -> 2.4
mySQL 4.1.x -> 5.0.x
นอกนั้นเป็นโปรแกรมหรือ library package อีกเกือบร้อย - -" ทีเกือบร้อยก็เพราะ
ตัวหลักๆที่ว่ามาอย่าง gcc เมื่อลงเสร็จจำเป็นต้อง compile โปรแกรมหรือ package อื่นๆ
เพื่อให้ใช้งานได้ไม่มีปัญหา รวมถึง Kernel ซึ่ง kernel เวอร์ชั่นใหม่ผมไม่อยากลงเลย
เพราะเหมือนมันจะมีการเปลี่ยน module เกี่ยวกับ network ซึ่งถ้า compile เสร็จสั่ง
รีบูตแล้วดันมองไม่เห็น Network ได้ซวยตายเลยงานนี้ เพราะจะไม่สามารถ ssh เข้าไป
จัดการได้ต้องถ่อสังขารไปแก้ที่เครื่องโดยตรงถึงตึก กสท. - -"
ตอนนี้เลยยังได้แต่นั่งคิดว่าจะเอายังไงดีจะอัพดีหรือไม่อัพ แต่ใจจริงอยากใช้ mySql 5 จัง
ถ้าอัพนี่เรื่องใหญ่เลยเพราะมีคนมาใช้บริการฟรีโฮสทติ้งอยู่ 3 ราย ก็ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน
อืมมม ไว้ตัดสินใจได้ค่อยว่ากันอีกทีแระกัน -*-
ปล. ตั้งชื่อไว้ตอนที่ 1 เพราะคิดว่ามันน่าจะมีเรื่องให้กลุ้มเกี่ยวกับ Gentoo ตอน 2 แหงๆ - -"
ที่ต้องอัพเกรดมั่งหรือเปล่า ผลคือเพียบเลย - -" แถมเป็นตัวที่เสี่ยงต่อการอัพเกรดแล้ว
อาจต้องเสียเวลาแก้ไขเป็นวันๆ โปรแกรมที่ major upgrade หลักๆก็มี
gcc 3.4.x -> 4.1.1
glibc 2.3.x -> 2.4
mySQL 4.1.x -> 5.0.x
นอกนั้นเป็นโปรแกรมหรือ library package อีกเกือบร้อย - -" ทีเกือบร้อยก็เพราะ
ตัวหลักๆที่ว่ามาอย่าง gcc เมื่อลงเสร็จจำเป็นต้อง compile โปรแกรมหรือ package อื่นๆ
เพื่อให้ใช้งานได้ไม่มีปัญหา รวมถึง Kernel ซึ่ง kernel เวอร์ชั่นใหม่ผมไม่อยากลงเลย
เพราะเหมือนมันจะมีการเปลี่ยน module เกี่ยวกับ network ซึ่งถ้า compile เสร็จสั่ง
รีบูตแล้วดันมองไม่เห็น Network ได้ซวยตายเลยงานนี้ เพราะจะไม่สามารถ ssh เข้าไป
จัดการได้ต้องถ่อสังขารไปแก้ที่เครื่องโดยตรงถึงตึก กสท. - -"
ตอนนี้เลยยังได้แต่นั่งคิดว่าจะเอายังไงดีจะอัพดีหรือไม่อัพ แต่ใจจริงอยากใช้ mySql 5 จัง
ถ้าอัพนี่เรื่องใหญ่เลยเพราะมีคนมาใช้บริการฟรีโฮสทติ้งอยู่ 3 ราย ก็ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน
อืมมม ไว้ตัดสินใจได้ค่อยว่ากันอีกทีแระกัน -*-
ปล. ตั้งชื่อไว้ตอนที่ 1 เพราะคิดว่ามันน่าจะมีเรื่องให้กลุ้มเกี่ยวกับ Gentoo ตอน 2 แหงๆ - -"
Tuesday, November 07, 2006
Top 10 CSS Image Gallery Tutorials
พอดีไปเจอเว็ปบล็อกที่เขารวบรวม Tutorial ที่เกี่ยวกับ CSS Image Gallery
ผมลองตามไปดูแต่ล่ะอันก็สวยดีครับ บางอันใช้แต่ CSS หลายๆอันก็ใช้ทั้ง CSS ร่วมกับ
Javascript ผมเลยมาลงบล็อกมั่งเผื่อวันหลังต้องใช้จะได้หาง่ายๆ และเผื่อคนเข้ามาอ่านจะได้
ตามไปดูว่าเขาทำยังไงแล้วนำไปลองทำดูบ้าง ^^"
อ้างอิง : Top 10 CSS Image Gallery Tutorials
ผมลองตามไปดูแต่ล่ะอันก็สวยดีครับ บางอันใช้แต่ CSS หลายๆอันก็ใช้ทั้ง CSS ร่วมกับ
Javascript ผมเลยมาลงบล็อกมั่งเผื่อวันหลังต้องใช้จะได้หาง่ายๆ และเผื่อคนเข้ามาอ่านจะได้
ตามไปดูว่าเขาทำยังไงแล้วนำไปลองทำดูบ้าง ^^"
อ้างอิง : Top 10 CSS Image Gallery Tutorials
Sunday, November 05, 2006
บริการแปลงฟอร์แมตไฟล์ออนไลน์ฟรี!
Zamzar เว็ปที่ให้บริการแปลงฟอร์แมต์ของไฟล์ โดยทางเว็ปสามารถแปลงไฟล์ได้หลายฟอร์แมต
เช่นแปลงไฟล์ FLV (Flash Video) เป็น Avi หรือ MP4 หรือแปลงจาก PDF เป็น Word ก็ได้
เราสามารถอัพโหลดไฟล์ได้ขนาดสูงสุด 100MB เมื่อทาง Zamzar แปลงไฟล์เสร็จเรียบร้อยจะมี
อีเมล์แจ้งลิ้งก์เพื่อให้เราไป download ไฟล์ที่ถูกแปลงเสร็จเรียบแล้ว ส่วนความเร็วนั้นเท่าที่มีคน
ทดสอบมาใช้เวลาไม่นานครับ แต่ผมยังไม่ทดลองเองนะครับ
ข้อดีของ Zamar ที่ให้บริการนี้คือผุ้ใช้บริการได้ฟรีและไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน ผมว่า
คนที่ชอบโหลดไฟล์จาก youtube มาคงชอบเพราะสามารถแปลงฟอร์แมตเป็นฟอร์แมตอื่นอย่าง
MP4 เพื่อดูบนเครื่อง iPod Video หรือบนเครื่องเล่นอื่นๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องแปลง
ฟอร์แมตไฟล์เป็นครั้งคราว แต่ถ้าต้องทำบ่อยๆเป็นประจำผมว่าหาโปรแกรมมาลงเถอะครับ ^^"
ทั้งนี้ัที่ผมกลัวคือเมื่อมีคนเข้าไปใช้บริการมากๆเข้า การแปลงไฟล์อาจช้ามาก ยังไงซะก็ขอให้บริการ
นี้อย่าได้ปิดตัวเองไปเนื่องจากไม่สามารถรองรับการใช้งานจากผู้ใช้จำนวนมากเลย - -"
อ้างอิง : TechCrunch, Zamzar
เช่นแปลงไฟล์ FLV (Flash Video) เป็น Avi หรือ MP4 หรือแปลงจาก PDF เป็น Word ก็ได้
เราสามารถอัพโหลดไฟล์ได้ขนาดสูงสุด 100MB เมื่อทาง Zamzar แปลงไฟล์เสร็จเรียบร้อยจะมี
อีเมล์แจ้งลิ้งก์เพื่อให้เราไป download ไฟล์ที่ถูกแปลงเสร็จเรียบแล้ว ส่วนความเร็วนั้นเท่าที่มีคน
ทดสอบมาใช้เวลาไม่นานครับ แต่ผมยังไม่ทดลองเองนะครับ
ข้อดีของ Zamar ที่ให้บริการนี้คือผุ้ใช้บริการได้ฟรีและไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน ผมว่า
คนที่ชอบโหลดไฟล์จาก youtube มาคงชอบเพราะสามารถแปลงฟอร์แมตเป็นฟอร์แมตอื่นอย่าง
MP4 เพื่อดูบนเครื่อง iPod Video หรือบนเครื่องเล่นอื่นๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องแปลง
ฟอร์แมตไฟล์เป็นครั้งคราว แต่ถ้าต้องทำบ่อยๆเป็นประจำผมว่าหาโปรแกรมมาลงเถอะครับ ^^"
ทั้งนี้ัที่ผมกลัวคือเมื่อมีคนเข้าไปใช้บริการมากๆเข้า การแปลงไฟล์อาจช้ามาก ยังไงซะก็ขอให้บริการ
นี้อย่าได้ปิดตัวเองไปเนื่องจากไม่สามารถรองรับการใช้งานจากผู้ใช้จำนวนมากเลย - -"
อ้างอิง : TechCrunch, Zamzar
GeForce 8800GTX Benchmarked!
เริ่มมีผลการทดสอบการ์ดรุ่นใหม่รหัส G80 ของ Nvidia ออกมาแล้วครับ โทยทางเว็ปไซต์ DailyTech
ทำการทดสอบ Benchmark การ์ดจอ GeForce 8800GTX โดยเจ้าการดจอตัวนี้มี Spec ตามนี้ครับ
Memmory : 768MB GDDR3
Memory Bus : 384 bit
GPU : G80
Core Clock Speed : 575MHz
Memory Clock Speed : 900MHz
สำหรับผลการ Bechmark นั้นน่าประทับใจมากครับ ผลการทดสอบกับเกมส์อย่าง Quake 4, Pray และ
Half Life 2 ที่ 4XAA นั้นการ์ด GeForce 8800GTX เร็วการ์ด ATI Radeon X1950 XTX
เกือบเท่าตัวทีเดียว สำหรับเหล่า Hardcore Gamers เตรียมเก็บเงินไว้รอกันได้แล้วครับ ^^
อ่านเต็มๆได้ที่ : DailyTech
ทำการทดสอบ Benchmark การ์ดจอ GeForce 8800GTX โดยเจ้าการดจอตัวนี้มี Spec ตามนี้ครับ
Memmory : 768MB GDDR3
Memory Bus : 384 bit
GPU : G80
Core Clock Speed : 575MHz
Memory Clock Speed : 900MHz
สำหรับผลการ Bechmark นั้นน่าประทับใจมากครับ ผลการทดสอบกับเกมส์อย่าง Quake 4, Pray และ
Half Life 2 ที่ 4XAA นั้นการ์ด GeForce 8800GTX เร็วการ์ด ATI Radeon X1950 XTX
เกือบเท่าตัวทีเดียว สำหรับเหล่า Hardcore Gamers เตรียมเก็บเงินไว้รอกันได้แล้วครับ ^^
อ่านเต็มๆได้ที่ : DailyTech
Friday, November 03, 2006
My Favorite WordPress Plugins
หลายๆท่านที่เพิ่งลง WordPress เพื่อทำ Weblog เสร็จมักเสียเวลากับการเลือก Plugin
ว่าจะใช้ตัวไหนดี เพราะ Plugin ที่ทำหน้่าที่เดียวกันให้เลือกหลายตัว แต่ตัวไหนดีที่สุดล่ะ?
นั่นทำให้มือใหม่มักเสียเวลาลองผิดลองถูกกับการทดลองใช้ Plugin ไปไม่ใช่น้อย ผมเองก็เช่นกัน
หลังจากที่เริ่มสร้างเว็ปบล็อกผมก็เที่ยวตาม search ว่าคนเขานิยมใช้ Plugin ตัวไหนกัน บางที
ก็ดูจากเว็ปบล็อกอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้บอกว่า เข้าใช้ตัวไหน สรุปกว่าผมจะได้ Plugin ที่ถูกใจ
ก็หาอยู่นานเหมืนกัน ทีนี้มาดูกันว่าผมใช้ Plugin อะไรบ้าง
ทั้งนี้ Plugin ที่ผมกล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยม ถ้าใครยังไม่ได้ลองใช้ตัวไหนที่กล่าวมา
ก็น่าจะลองหามาลงแล้วใช้งานดูนะครับ ^^
ว่าจะใช้ตัวไหนดี เพราะ Plugin ที่ทำหน้่าที่เดียวกันให้เลือกหลายตัว แต่ตัวไหนดีที่สุดล่ะ?
นั่นทำให้มือใหม่มักเสียเวลาลองผิดลองถูกกับการทดลองใช้ Plugin ไปไม่ใช่น้อย ผมเองก็เช่นกัน
หลังจากที่เริ่มสร้างเว็ปบล็อกผมก็เที่ยวตาม search ว่าคนเขานิยมใช้ Plugin ตัวไหนกัน บางที
ก็ดูจากเว็ปบล็อกอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้บอกว่า เข้าใช้ตัวไหน สรุปกว่าผมจะได้ Plugin ที่ถูกใจ
ก็หาอยู่นานเหมืนกัน ทีนี้มาดูกันว่าผมใช้ Plugin อะไรบ้าง
- Spam Karma 2 : Plugin ตัวนี้จะเป็น Plugin ที่ใช้เพื่อกัน Spam ในส่วน comment
ที่มักมีพวกมาโพสท์โฆษณาเว็ปไซต์หรือสินค้า ความจริงแล้วตัว WordPress ก็มี Plugin
กัน Spam มาให้อยู่แล้วคือ Akismet เพียงแต่เราไปลงทะเบียนกับ WordPress เพื่อเอา
API Key มาใช้ เพราะการทำงานของเจ้า Akismet นั้นจะทำการตรวจสอบ Spam โดยการ
ส่งข้อมุลไปยัง server ของ Akismet เพื่อตรวจสอบว่าเป็น Spam หรือไม่ แต่ทั้งนี้ในบาง
host อาจมีการเซ็ต firewall ไว้ทำให้ Plugin Akismet ไม่สามารถเชื่อมต่อไปยัง Server ได้ - WP-Cache : สำหรับเว็ปบล็อกที่มีคนเข้ามาอ่านเป็นจำนวนมากนั้น การลง Plugin ตัวนี้
เพื่อช่วยให้การแสดงเว็ปเร็วขึ้น และช่วยลดโหลดของ server ลงไปได้เยอะด้วย เพราะ Plugin
ตัวนี้จะทำการ Cache หน้าเว็ปต่างๆเอาไว้ เมื่อมีการเรียกดูเว็ป WordPress ก็จะดึงเอา Cache
ที่เก็้บไว้บนเว็ปมาแสดงได้ทันที ทำให้ลดโหลดของ Server ไปได้มากเพราะไม่ต้อรัน code และ
query ฐานข้อมุลใหม่ทุกครั้ง - Google Sitemap : ตัวนี้จะช่วยให้เว็ปเราถูก Index เข้า Search Engine ของ Googleเร็วขึ้น
- FeedBurner Plugin : ก่อนลงเราต้องไปสมัครใช้บริการ(ฟรี)จาก FeedBurner ก่อนนะครับ
แล้วค่อยลง Plugin ซึ่งมันช่วยลด Bandwidth เว็ปเหมาะสำหรับเว็ปบล็อกที่มีคนอ่าน Feed
มากๆ เพราะ Plugin ตัวนี้จะ Redirect Feed ของเว็ปเราไปที่ FeedBurner อีกทั้งเรายังสามารถ
Analyze ดูจำนวนคนที่อ่าน Feed เราได้ด้วย - Bookmark Me : Plugin ตัวนี้จะช่วยให้ผุ้ที่เข้ามาอ่านสามารถ Bookmark บทความหรือ
ข่าวในเว็ปบล็อกของเราได้ง่ายขึ้น โดยผุ้อ่านสามารถ Bookmark ข่าวที่เขาชอบเก็บไปยัง
เว็ปที่ให้บริการ bookmark อย่าง google bookmark, Yahoo MyWeb หรือ del.icio.us
เป็นต้น ซึ่งเราสามารถเลือกได้
อย่างในรูปเว็ปผมเลือกไว้ 4 อันที่คิดว่าคนนิยมใช้กัน - Bunny's Technorati Tags : จะช่วยให้เราสามารถกำหนด Tag ของบทความหรือข่าวที่เรา
เขียนได้ ทำให้ผู้ที่ใช้บริการ Technorati สามารถหาข่าวหรือเว็ปบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ
Tag ที่เราระบุไว้ง่ายขึ้น รวมถึงถ้าเราสมัครใช้บริการกับ Technorati ไว้เว็บบล็อกเราก็จะไป
แสดงเหมือนกันเวลาที่มีคนค้นหา Tag แล้วเว็ปเรามีบทความที่มี Tag นั้นระบุไว้
ทั้งนี้ Plugin ที่ผมกล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยม ถ้าใครยังไม่ได้ลองใช้ตัวไหนที่กล่าวมา
ก็น่าจะลองหามาลงแล้วใช้งานดูนะครับ ^^
Thursday, November 02, 2006
Zend Framework Preview 0.2.0 Released!
ในที่สุด Zend Framework Preview 0.2.0 ก็ถูกปล่อยออกมาให้ทดลองใช้กันแล้วครับ
หลังจากปล่อย 0.1.5 ให้ใช้กันอยู่นาน โดยที่ยังขาด Feature สำคัญๆหลายอย่าง ผมเอง
ก็ได้ทดลองใช้ 0.1.5 กับเว็ปนึงเหมือนกัน ^^ โดยเวอร์ชั่น 0.2.0 ที่ออกมานี้มีการปรับปรุง
ของเดิมหลายจุดและมีการเพิ่มระบบที่ยังขาดไปในรุ่น 0.1.5 อย่าง JSON server และ
Session Component เยี่ยมจริงๆ รายละเอียดเต็มๆตามด้านล่างเลยครับ
สำหรับคนที่เขียนเว็ปเองโดยใช้ PHP ผมว่า Framework ตัวนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
เพราะทำให้การพัฒนาเว็ปง่ายขึ้นมาก เพียงแต่ Host ที่ท่านใช้ต้องรองรับ PHP 5.1.4 ขึ้นไป
นอกจากที่ Zend ปล่อย Zend Framework 0.2.0 เวอร์ชั่นใหม่แล้ว Zend ยังปล่อย
Zend Google Data Client Library Preview Release 0.2.0. ออกมาให้ทดลองใช้กันด้วย
โดยเจ้าตัวหลังนี้จะทำให้เราสามารถเขียนโปรแกรม PHP เพื่อติดต่อดึงข้อมูลจาก Google Data
Web Service อย่างเช่น Google Base, Calendar, Blogger, and CodeSearch ผมว่า
ว่างๆก็จะลองดูเหมือนกัน ^^
อ้างอิง : Zend FrameWork
หลังจากปล่อย 0.1.5 ให้ใช้กันอยู่นาน โดยที่ยังขาด Feature สำคัญๆหลายอย่าง ผมเอง
ก็ได้ทดลองใช้ 0.1.5 กับเว็ปนึงเหมือนกัน ^^ โดยเวอร์ชั่น 0.2.0 ที่ออกมานี้มีการปรับปรุง
ของเดิมหลายจุดและมีการเพิ่มระบบที่ยังขาดไปในรุ่น 0.1.5 อย่าง JSON server และ
Session Component เยี่ยมจริงๆ รายละเอียดเต็มๆตามด้านล่างเลยครับ
- New MVC implementation
- New HTTP request and response objects make it easy to automate unit testing for web apps without a web server, and also make it possible to use MVC for command-line and PHP-GTK application development
- Enhanced pure PHP Lucene-compatible search engine component
- New Mysqli DB adapter
- New JSON server
- New REST client and server
- New XmlRpc client and server
- New Acl component
- New Session component
- New Web Services clients for Delicious and Audioscrobbler
- New Registry component
- Significant improvements to many other components
สำหรับคนที่เขียนเว็ปเองโดยใช้ PHP ผมว่า Framework ตัวนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
เพราะทำให้การพัฒนาเว็ปง่ายขึ้นมาก เพียงแต่ Host ที่ท่านใช้ต้องรองรับ PHP 5.1.4 ขึ้นไป
นอกจากที่ Zend ปล่อย Zend Framework 0.2.0 เวอร์ชั่นใหม่แล้ว Zend ยังปล่อย
Zend Google Data Client Library Preview Release 0.2.0. ออกมาให้ทดลองใช้กันด้วย
โดยเจ้าตัวหลังนี้จะทำให้เราสามารถเขียนโปรแกรม PHP เพื่อติดต่อดึงข้อมูลจาก Google Data
Web Service อย่างเช่น Google Base, Calendar, Blogger, and CodeSearch ผมว่า
ว่างๆก็จะลองดูเหมือนกัน ^^
อ้างอิง : Zend FrameWork
ป้ายกำกับ:
Framework,
PHP,
Programming,
Zend,
Zend-Framework
Wednesday, November 01, 2006
Zend Studio 5.5 Beta Available Now!.
เพิ่งได้แว็ปไปดูที่เว็ป Zend.com แล้วก็เห็นว่าทาง Zend ได้ปล่อย Zend Studio 5.5 Beta
มาให้ทดลองใช้กันแล้ว ใครที่ชอบลองของใหม่ไปโหลดกันมาทดลองดูกันได้ครับ ส่วนผมขอใช้
Zend Studio 5.2 ต่อไป อดเจ็บใจเล็กๆไม่ได้เพราะ License ผมหมดไปได้ไม่กี่อาทิตย์เอง
แล้วไม่ได้ต่ออายุ ก็ค่าต่อมันตั้ง $199 แถมผมใช้มา 1ปียังไม่คุ้มเลยก็เลยว่าจะทนใช้ไปจนคุ้ม
ก่อน และรอมี Promotion ค่อยซื้อใหม่ ^^"
ส่วนเจ้า Zend Studio 5.5 Beta มีอะไรบ้างลองดูตามด้าล่างครับ
PHP 5.2:
General:
Editor:
Web Services Support (SOAP):
Java:
Zend Platform Integration:
Zend Framework Integration:
Source Control:
General Bugs Fixed / Changes:
สำหรับผม ผมว่าเวอร์ชั่นนี้ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก 5.2 สักเท่าไหร่ เป็นผม ผมจะรอ PHP6
แล้ว Zend ออก Zend Studio ที่ Support ออกมาค่อนน่าสนใจหน่อย (แต่ต้องมีโปรโมชั่นด้วยนะ ^^")
มาให้ทดลองใช้กันแล้ว ใครที่ชอบลองของใหม่ไปโหลดกันมาทดลองดูกันได้ครับ ส่วนผมขอใช้
Zend Studio 5.2 ต่อไป อดเจ็บใจเล็กๆไม่ได้เพราะ License ผมหมดไปได้ไม่กี่อาทิตย์เอง
แล้วไม่ได้ต่ออายุ ก็ค่าต่อมันตั้ง $199 แถมผมใช้มา 1ปียังไม่คุ้มเลยก็เลยว่าจะทนใช้ไปจนคุ้ม
ก่อน และรอมี Promotion ค่อยซื้อใหม่ ^^"
ส่วนเจ้า Zend Studio 5.5 Beta มีอะไรบ้างลองดูตามด้าล่างครับ
Version 5.2.0 to 5.5.0 Beta
PHP 5.2:
- New PHP 5.2 Support
General:
- Installation support for Mactel ( Install Anywhere 8 )
- Support for antialiasing (via Preference settings)
Editor:
- Supports opening URLs from the Editor using right click
Web Services Support (SOAP):
- Support for URLs in SoapClient Constructors
- Bug fixed: Unsynchronized file name and configuration name
Java:
- Embedded Java code completion of packages and classes in PHP code
- Configure the Workspace's default JRE / JDK
- Configure project specific preferences
- Nested Java code completion
Zend Platform Integration:
- View Zend Platform Events in a dedicated Events List window
- Customize, sort and filter Event List entities
- Limit number of visible rows and initiate auto refresh
- View Events from user-selected servers
- Direct access to Platform's Configuration dialog from the toolbar / menu
- Configure Zend Platform's GUI URL and authentication information
Zend Framework Integration:
- Enable code completion for Zend Framework
- View Zend Framework classes and functions in the PHP Inspector View
- View source and debug into Zend Framework code
Source Control:
- Explorer: highlights file labels 1according to their status in source control (added, merged with conflicts, modified, not versioned and up to date)
- Source Control file status highlighting is customizable (from the Preferences dialog)
- Can easily switch between CVS and Subversion support
- Support for Subversion 1.4
General Bugs Fixed / Changes:
- Bug fixed - If no Zend Guard path detected there is no default value
- Bug fixed - Zend Guard detection doesn't recognize old versions
- Bug fixed - PHP Functions list doesn't provide return types for all functions
- Bug fixed - Uuencode functions in PHP Functions list are malformed
- Bug fixed - Open File dialog has serious delay when a network drive is disconnected
- Bug fixed - FTP files containing spaces in their name causes wrong file parsing
- Bug fixed - Wrong tab behavior in the Preferences window
สำหรับผม ผมว่าเวอร์ชั่นนี้ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก 5.2 สักเท่าไหร่ เป็นผม ผมจะรอ PHP6
แล้ว Zend ออก Zend Studio ที่ Support ออกมาค่อนน่าสนใจหน่อย (แต่ต้องมีโปรโมชั่นด้วยนะ ^^")
6 สุดยอด Joomla Components
ความจริงผมใช้ Joomla มาได้สักพักแล้ว แต่ช่วงนี้บ่อยขึ้นและใช้ในหลายเว็ปที่ผมทำอยู่
ซึ่งเพราะผมต้องใช้งานมันบ่อยขึ้นความสามารถเดิมๆของมันก็เริ่มไม่พอ หรือไม่ได้อย่างใจ
เลยต้องหา Component มาเสริมความสามารถให้กับ Joomla และ Component ที่ว่า
มาและจัดเป็น Component ในดวงใจผม ก็มีดังนี้
ความจริง Joomla ยังมี Component อื่นๆอีกที่น่าสนใจแต่สำหรับผม 6 ตัวนี้เป็น Component
ที่ขาดไม่ได้เลย ^_^
ซึ่งเพราะผมต้องใช้งานมันบ่อยขึ้นความสามารถเดิมๆของมันก็เริ่มไม่พอ หรือไม่ได้อย่างใจ
เลยต้องหา Component มาเสริมความสามารถให้กับ Joomla และ Component ที่ว่า
มาและจัดเป็น Component ในดวงใจผม ก็มีดังนี้
- VirtueMart : Component ตัวนี้ขาดไม่ได้เลยเพราะส่วนใหญ่เว็ปที่ผมทำจะเป็น
เว็ป e-commerce สำหรับขายของทางเน็ต ซึ่ง Virtuemart นี้มี Feature ที่
ครบถ้วนเพียงพอสำหรับการทำเว็ปขายของเลยครับ แต่มีข้อเสียก็คือมีการ query
ฐานข้อมูลที่มากเกินไป ทำให้เมื่อรวมกับ Joomla แล้วและเปิดใช้ Feature หรือ
โมดูลย่อยๆเต็มที่อาจทำให้แต่ล่ะหน้าเว็ปมีการ Query ฐานข้อมูลมากถึง 70+ query - -"
ซึ่งผมแนะนำให้เปิดการใช้งานระบบ Cache ใน Joomla จะช่วยได้บ้างอาจลดจำนวน
query ไปได้ 20-30+ query - Joomap : และเมื่อเราทำเว็ปด้วยแล้ว ปกติคนทำมักต้องการให้เว็ปถูก index เข้าใน
Search Engine ดังนั้นวิธีที่นิยมในปัจจุบันก็คือการใช้ Google SiteMaps ซึ่งก็มี
คนทำ Component มาเพื่อช่วยสร้าง SiteMap เพื่อให้เรา Submit Sitemap ให้
google ได้สะดวกๆ ดังนั้น Joomap จึงเป็น Component ที่ขาดไม่ได้เลย ^^ - JCE : สำหรับคนที่ใช้ Joomla แล้วรู้สึกว่า TinyMCE Editor ใช้งานไม่สะดวก ผมว่า
ต้องลองตัวนี้เลยครับใช้งานได้ง่าย และยืดหยุ่นกว่า รวมถึงมี Plugin เสริมหลายตัว
ไม่ว่าจะเป็น Plugin ที่ช่วยให้ใส่รูปเข้าในบทความได้ง่ายขึ้น หรือ Plugin เสริม
ให้ใช้งาน JCE ได้ใน JoomlaBoard - JoomlaBoard :สำหรับผู้ที่ต้องการเว็ปบอร์ดหรือฟอรั่มขนาดเล็กไว้ให้สมาชิกได้โพสท์
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผมว่า component ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่ไม่น่ามองข้าม ซึ่งผมก็
เลือกใช้ตัวนี้ แทนที่จะเลือก SMF Board ร่วมกับ Joomla-SMF Bridge เพราะเหตุผล
ที่ผมเน้นฟอรั่มที่กลมกลืนเข้ากับ Joomla และการควบคุมต่างๆสามารถเซ็ตได้ในส่วน
Joomla Admin ที่เดียวเลย - ๋JoomlaXplorer : เป็น component ที่ใช้จัดการไฟล์ในเว็ปเราได้สะดวกขึ้นไม่ว่าจะ
Upload, Edit Delete, Rename, Unzip / Untar รวมถึงการเซ็ต Permission ไฟล์ - Community Builder : Component ตัวนี้จะช่วยให้เราจัดการระบบสมาชิกได้ง่ายขึ้น
และสามารถจัดการระบบการลงทะเบียนสมาชิก (Registration) ได้ตามความต้องการ
ของเราได้ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับ Component อย่าง PMS และ JoomlaBoard
ความจริง Joomla ยังมี Component อื่นๆอีกที่น่าสนใจแต่สำหรับผม 6 ตัวนี้เป็น Component
ที่ขาดไม่ได้เลย ^_^
Subscribe to:
Posts (Atom)